ชอบกินเนื้อต้องรู้ ส่องกันชัดๆ เนื้อวัวแต่ละส่วนเรียกว่าอะไร ใช้ทำเมนูไหนอร่อยที่สุด?

เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการทานเนื้อวัวกันเป็นชีวิตจิตใจ เห็นหน้าเมนูตามร้านอาหารทีไรต้องจัดหนักสเต๊กนั่น สเต๊กนี่มาทานกันทุกที แต่รู้มั้ยว่าพวกส่วนต่างๆ ที่เราเรียกกัน ทั้ง T-Boneเอย ทั้ง Tenderloin เหล่านี้มันคือส่วนไหนของร่างกายวัวกันแน่ ฮันแน่ ชักจะสงสัยแล้วใช่มั้ยล่ะ วันนี้ Hungry Hubจะพาไปไขข้อข้องใจกันเองครับว่า เนื้อแต่ละส่วนของวัวเนี่ยมีอะไรบ้าง มันเรียกว่าอะไร แล้วใช้ทำเมนูไหนได้อร่อยที่สุด!

 

Chuck : เนื้อสันคอ

เริ่มมาที่ส่วนแรกนี้เป็นเนื้อที่มีความหนามาก เหมาะสำหรับการทำอาหารบนเตาให้สุกไปแบบช้าๆ มากกว่าการจะเอาลงกระทะแบบรวดเดียวจอด เพราะเนื้อส่วนนี้มีคอลลาเจนที่หลอมละลายเร็วเวลาโดนความร้อน ซึ่งส่วนนี้แหละครับที่ทำให้รสชาติของมันเข้มข้น ส่วนใหญ่เลยเอาไว้ใช้ประกอบเมนู สตู อบ เคี่ยว และย่าง เพื่อเพิ่มความนิ่มนุ่มนั่นเอง

Rib : เนื้อซี่โครง

อย่างที่เราเคยได้ยินบ่อยๆ ก็เช่น Rib Eyeที่เป็นเนื้อล้วนไม่มีซี่โครงติด ก็เป็นเมนูที่ทำมาจากส่วนนี้นี่แหละครับ โดยเนื้อซี่โครงนั้นจะมีชั้นของมันอยู่พอสมควร ยิ่งถ้าได้เอาไปย่าง เผา อบ นะบอกเลยว่างานนี้ความนุ่ม ความมัน ผสมปนเปกันจนหยุดทานไม่ได้แน่ๆ

Loin : เนื้อสัน

เนื้อสันนี่จริงๆ แล้วก็สามารถแบ่งออกไปได้อีกเยอะเลยล่ะครับเพราะเป็นส่วนที่ใหญ่มากๆ แต่ในส่วนที่นิยมมากที่สุด และมักจะเห็นผ่านตากันแทบทุกร้านก็คือ T-boneนี่แหละ เพราะเป็นเนื้อส่วนที่ตัดกระดูกออกมาเป็นรูปตัว Tเอาไว้ใช้สำหรับการทำสเต็กนั่นเอง ซึ่งบอกเลยนะว่าราคานี่แพงเอาเรื่อง เพราะเนื้อส่วนนี้มันทั้งนุ่ม มัน อร่อย ได้ลองสักครั้งจะติดใจแน่นอน

นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูเด็ดๆ อย่าง เนื้อสันนอก (Sirloin) ที่มีความชุ่มฉ่ำของมัน และราคาขายไม่สูงมาก กับ เนื้อสันใน (Tenderloin) ที่เหมาะสำหรับทำ BBQและเป็นเนื้อส่วนที่แพงที่สุดของวัวอีกด้วย

Round : เนื้อสะโพก

เนื้อส่วนสะโพกนี้เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพมากที่สุดเลยล่ะครับ เพราะเป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันน้อยกว่าส่วนอื่นๆ ทำให้ส่วนมากแล้วจะเอาไปใช้ประกอบอาหารโดยใช้ความชื้นและกินเวลานาน เพื่อให้รสชาติออกมาลงตัว นิ่ม ละมุนลิ้นทุกคำที่ได้ทาน ซึ่งก็จะมีแบ่งย่อยออกมาได้เป็น เนื้อพับใน (Top Round) ที่นุ่มที่สุด และเนื้อสันสะโพก (Rumo Roast) ที่อร่อยไม่แพ้กัน

Brisket : เนื้อติดอก

เนื้อติดอกถ้าบอกชื่อนี้หลายๆ คนคงทำหน้าสงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ถ้าบอกว่าเป็นเนื้อ “เสือร้องไห้” รับรองว่าร้องอ๋อกันแน่นอน เพราะเนื้อส่วนนี้ได้ชื่อว่าเป็นส่วนที่อร่อยมากๆๆๆๆ แต่ก็เหนียวมากเช่นกัน เหนียวถึงขั้นเสือที่ว่าฟันแหลมคมได้กินแล้วยังต้องร้องไห้เพราะมันเคี้ยวยาก ดังนั้นวิธีเดียวที่จะทำให้เราได้กินเนื้อส่วนนี้แบบนิ่มๆ นุ่มๆ ไม่ร้องไห้แบบเสือก็คือ กินตอนร้อนที่ผ่านกรรมวิธี ตุ๋น สตู ย่างในหม้อมาแล้วนั่นเอง

Plate : เนื้อส่วนท้อง

มันของเนื้อส่วนนี้จะค่อนข้างเยอะสักหน่อย ก็เหมือนคนนั่นแหละครับ เวลากินแล้วไขมันก็ไปสะสมที่ท้องเป็นธรรมดา ซึ่งเนื้อส่วนนี้ส่วนใหญ่เค้าจะเอาไปใช้ในการทำสเต็กกัน ไม่ว่าจะเป็นการอบ ย่าง หรือทำสตูว์ ทำเนื้อตุ๋น เนื้อเปื่อย ก็สามารถเนรมิตได้หมดเลยสำหรับเนื้อส่วนนี้

Flank : เนื้อพื้นท้อง

ส่วนสุดท้ายนี้เป็นเนื้อที่มีไขมันน้อยสักนิดนึง แต่จะมีกล้ามเนื้อล้วนๆ แทน เรียกได้ว่าให้รสชาติที่ดีมากๆ เลยล่ะครับ เพราะกัดได้เต็มที่ เต็มคำ แบบไม่ต้องกลัวติดกระดูกด้วย ซึ่งเนื้อส่วนนี้มักจะนิยมเอาไปทำเนื้อสเต๊กกัน รวมถึงทำเคบับที่เป็นอาหารชาติตะวันออกกลางด้วย แต่ต้องไม่ลืมนะว่าเนื้อส่วนนี้จะไม่ค่อยมีความนุ่มเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความฮาร์ดคอร์ ชอบกินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซะมากกว่า

นอกจากส่วนต่างๆ เหล่านี้แล้วก็ยังมีกระดูกวัวที่เอาไว้ใช้ทำต้มซุป รวมทั้งลิ้นวัว ที่เอามาเคี่ยว ทำสตูว์ หรือเอามาทอดกินได้ ซึ่งบอกเลยนะว่าทุกส่วนของวัวสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งสิ้น เป็นสัตว์ที่มากประโยชน์ และมากความอร่อยอย่างแท้จริงเลยล่ะครับ ต่อไปเวลาเข้าร้านไหนก็สั่งได้ไม่ผิดแล้วแน่นอนครับ ส่วนใครที่ชอบทานเนื้อแบบไม่อั้นขอแนะนำให้จองผ่าน Hungry hub ได้เลย มีให้เลือกกันหลายแบบ หลายร้านชื่อดัง เริ่มต้นตั้งแค่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน!!

ส่วนใครที่อยากทานเนื้อวัวดีๆ ทานได้ไม่อั้น แถมคุมงบได้ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน ขอแนะนำลองจองผ่าน Hungry Hub ที่รวบรวมร้านดังเรื่องเนื้อ ที่เสิร์ฟกันแบบ A La Carte ทำใหม่ๆ มาให้กินแบบจุใจ แต่จ่ายราคาต่อท่านแบบร้านบุฟเฟ่ต์กับแพ็กเกจ All You Can Eat  อิ่ม คุ้ม ครบในงบที่ใช่  เพียงจองล่วงหน้า ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องสำรองบัตรเครดิต เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการจองก็ทำได้ กินก่อน จ่ายที่ร้าน ที่สำคัญ ราคา NET รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการแล้วอีกด้วย! ชอบร้านไหนกดจองวันและเวลาได้เล้ย

Arno’s Suanplu : บุฟเฟ่ต์ Arno’s สวนพลู เริ่มต้นคนละ 750 บาท

ห้องอาหาร Scalini, Hilton Sukhumvit Bangkok Hotel : บุฟเฟ่ต์ Scalini เริ่มต้นคนละ 1,499 บาท