ทำความรู้จัก Hungry Hub สตาร์ทอัพไทย แอปฯดีลร้านอาหารสุดคุ้มกับแนวคิดที่ไม่มีใครเหมือน

by admin

หากพูดว่า Hungry Hub หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก แต่ถ้าพูดว่าโปรบุฟเฟ่ต์ร้าน Audrey Cafe หลายๆ คนอาจจะเริ่มร้อง “อ๋อ” เบื้องหลังความสำเร็จของร้าน A la carte ที่สั่งจานต่อจาน เดินทางมาบรรจบกับโปรโมชั่น All You Can Eat ที่ให้ลูกค้าสามารถสั่งไม่อั้น แต่จ่ายราคา NET ต่อท่าน ทำให้ร้านมียอดจองถล่มทลาย มีจุดเริ่มต้นอย่างไร วันนี้เราจะพาไป ทำความรู้จัก Hungry Hub – All You Can Eat ให้มากกว่าเดิม

Hungry Hub เปิดตัวด้วยคอนเซ็ปต์ระบบจองร้านอาหาร 24 ชั่วโมงที่แรกของไทยตั้งแต่ปี 2014 แต่หลังจากดำเนินการมาได้ประมาณ 2 ปี ก็พบว่าการสร้างระบบจองนี้อำนวยความสะดวกให้แค่เพียงฝั่งร้านอาหารเท่านั้น เนื่องจากร้านอาหารในไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพ มีจำนวนเยอะมากจนไม่มีร้านอาหารไหนที่ที่นั่งเต็มจนลูกค้ามีความจำเป็นที่จะต้องจองล่วงหน้า ยกเว้นร้านที่เป็นที่นิยมอย่างมากซึ่งก็มีสัดส่วนน้อยกว่า 1% จึงทำให้ยังไม่ตอบโจทย์ของทางฝั่งผู้บริโภคเท่าที่ควร

ทำความรู้จัก Hungry Hub

จนเมื่อประมาณกลางปี 2016 สุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ (CEO และ Co-Founder ของ Hungry Hub) ตัดสินใจลุกขึ้นมา เปลี่ยน เพื่อสร้างโอกาสที่มากกว่า หลังจากที่คิด Business Model ไว้หลายอย่าง ก็มาจบที่ All You Can Eat

All You Can Eat
ทำความรู้จัก Hungry Hub

ทำความรู้จัก Hungry Hub จุดเริ่มต้น All You Can Eat ในร้าน A la carte

คอนเซ็ปต์นี้เกิดจากการที่คุณสุรสิทธิ์ต้องพาทีมไปเลี้ยงข้าวบ่อยๆ แต่มักไม่ค่อยอยากพาไปที่ร้านบุฟเฟ่ต์เนื่องจากบุฟเฟ่ต์นั้นแต่ละคนจะต้องเดินไปตักอาหาร ทำให้ไม่ได้คุยกันอย่างเต็มที่ แถมบุฟเฟ่ต์ส่วนใหญ่มีเวลาให้เพียงแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น หรือบางที่คุณภาพอาหารไม่ดีเมื่อเทียบกับราคา ทำให้กินเลี้ยงพนักงานส่วนใหญ่ที่ร้าน a la carte แทน โดยมีงบ (ในใจ) ต่อหัวไว้ เช่นมีงบหัวละ 500 แต่พอบิลมาจริง ค่าอาหารออกมาเฉลี่ยแล้วหัวละเกือบพัน จึงอยากสร้างธุรกิจแนวใหม่ที่จะช่วยให้การกินเลี้ยงแบบกลุ่มใหญ่สามารถคุมงบได้และได้ทานอาหารดีๆ ได้ลองเมนูใหม่ๆ ที่ไม่เคยลองในขณะเดียวกัน

ทุกวันนี้ถ้าไปร้านอาหารที่ไปทานไม่รู้ว่าบิลจะมาเท่าไหร่ แต่เราจะทำให้คุณรู้และสามารถควบคุมงบสำหรับอาหารมื้อนั้นได้ง่ายๆ ด้วยเอ็กซ์คลูซีฟดีลในแอปของ Hungry Hub ลูกค้าเพียงเลือกวัน เวลา และจำนวนคนที่ต้องการจอง จากนั้นเมื่อถึงวันจองก็เข้าไปใช้บริการได้ทันที ทุกคนสามารถสั่งอะไรก็ได้ที่อยากกินที่อยู่ในเมนู All You Can Eat แต่จ่ายราคา NET ต่อคน

จากจุดเล็กๆ ของไอเดีย กลายมาเป็นความคุ้มค่าที่หาไม่ได้จากที่อื่น ความพิเศษของคอนเซ็ปต์นี้อยู่ตรงที่การสร้าง win-win ให้กับทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายลูกค้าและร้านอาหาร ในส่วนของ “ลูกค้า” ก็จะได้มีประสบการณ์ในการทานร้านอาหารใหม่ๆ โดยหมดกังวลเรื่องค่าอาหาร สามารถสั่งกี่จานก็ได้ในเมนูที่กำหนด ซึ่งเป็นเมนูเด่นๆ ของร้านมากก่า 70%  ทำให้ลูกค้าสามารถลองหลายๆ เมนูโดยที่ไม่ต้องดูราคาก่อนที่จะสั่งด้วยซ้ำ ในขณะที่ทางฝั่งร้านอาหารก็ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มใหญ่ รวมถึงสามารถกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น 20-30% โดยไม่ต้องสูญเสียรายได้จากการทำโปรโมชั่นลดราคาอื่นๆ ทั้งยังสามารถเติมเต็มที่นั่งว่างในช่วงเวลาที่ไม่ใช่พีคไทม์ได้

คอนเซ็ปต์นี้ถูกพูดถึงอย่างมากในรายการ The Unicorn : StartUp พันล้าน (ช่อง Workpoint) ว่าเป็นธุรกิจสตาร์ทอัปที่มีความโดดเด่น เป็นสตาร์ทอัปที่คะแนนนำโด่งมาเป็นอันดับ 1 แบบไม่ต้องลุ้นและผ่านเข้ารอบ 3 ทีมสุดท้ายด้วยคะแนนห่างจากอันดับ 2 แบบไม่เห็นฝุ่น

The Unicorn

ดูรายการแบบเต็มๆ ได้ที่ >> The Unicorn : สตาร์ทอัพ พันล้าน

ในปี 2018 Hungry Hub ก็พยายามที่จะเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิมในเรื่องของ Fixed Price ให้สามารถคุมงบได้ในทุกมื้อของคุณ แพ็กเกจใหม่นี้เรียกว่า  Party Pack ชุดอาหารสุดคุ้มที่คัดสรรและออกแบบมาให้สามารถเต็มอิ่มกับมื้ออาหารดีๆ และเมนูที่หลากหลายกับลูกค้า เพื่อนฝูง หรือครอบครัว ได้ในราคาที่ทราบล่วงหน้าแล้ว ราคาที่แจ้งเป็นราคา NET ต่อแพ็ก โดยแต่ละแพ็กจะจัดมาให้ครบทั้ง Appetizer, Main Course ไปจนถึง Dessert ซึ่งมีทั้งแบบแพ็ก 4 ท่าน และ แพ็กแบบ 2 ท่านให้เลือก โดยหากทานไม่หมดลูกค้าก็ยังสามารถห่อกลับบ้านได้อีกด้วย

ทำความรู้จัก Hungry Hub

นอกจากสองแพ็กเกจนี้แล้ว  Hungry Hub มีแผนที่จะคิดค้นแพ็คเกจใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของทั้งฝั่งร้านอาหารและลูกค้ามากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับทุกมื้ออาหารและสามารถคุมงบได้อยู่หมัดเช่นเคย เราคาดหวังว่าจะมีร้านอาหารเข้าร่วมในแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น ควบคู่กับการขยายตลาดทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศในอนาคต 

สำหรับปี 2020 Hungry Hub ได้ผุด Model ใหม่ๆ ในคอนเซ็ปต์เดิม คือ คุมงบได้ แต่สิ่งที่พิเศษมากขึ้น คือการมอบประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่พิเศษยิ่งกว่าเดิม เช่น Staycation แพ็กเกจห้องอาหารพร้อมที่พัก พร้อมทำแคมเปญต่างๆ ทั้งโปรโมชั่นและกิจกรรมร่วมสนุก ดูเพิ่มเดิมได้ที่ Hungry Hub 2020 ปีนี้เราทำอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง

อยากรู้ว่า Hungry Hub ช่วยให้ร้านอาหารเพิ่มลูกค้าให้กับร้านอาหารต่างๆ ได้อย่างไร ฟังจากปากร้านอาหารที่ร่วมกับ Hungry Hub ได้ที่ Copper x Hungry Hub อาวุธลับดันยอดขายให้ร้านอาหาร

Related Articles

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการบนเว็บไซต์ของเราต่อไป เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม